Image result for ลิเวอร์พูล

หลังจากเข้าช่วงโปรแกรมเกมทีมชาติกันไปราว 2 สัปดาห์ เกมระดับสโสรในทวีปยุโรปก็กลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง โดยที่ ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งกำลังนำเป็นจ่าฝูงในตอนนี้ มีคิวไปเยือน คริสตัล พาเลซ ในวันเสาร์ที่ 23 พฤศจิกายนนี้

   แน่นอนว่าตอนนี้ ลิเวอร์พูล สามารถเบาใจได้ในระดับหนึ่ง UFABET 369 เพราะพวกเขาชนะถึง 11 เกม และเสมอ 1 นัด จากการลงเล่น 12 เกมแรกใน พรีเมียร์ลีก ประจำซีซั่นนี้ จนทำให้มี 34 คะแนน ทิ้งห่าง เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เป็นอันดับ 2 อยู่ถึง 8 คะแนน

ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ว่ากันว่ามีศักยภาพสูสีกับ “หงส์แดง” มากที่สุด ก็ยังตามหลัง ลิเวอร์พูล อยู่ถึง 9 คะแนน แถมทาง “เรือใบสีฟ้า” ยังเจองานหนักในช่วงสุดสัปดาห์นี้ด้วย เพราะต้องเจอกับ เชลซี

   อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ว่า ลิเวอร์พูล จะประมาทได้ เพราะในอดีตพวกเขาเคยเป็นจ่าฝูงโดยที่มีแต้มนำห่าง แต่สุดท้ายก็สะดุดจนชวดแชมป์เช่นกัน และวันนี้เราจะมาย้อนตัวอย่างที่เด่นๆ สัก 3 อันกัน

ฤดูกาล 1990-91 : นำห่าง 8 แต้ม หลังเตะไปแล้ว 13 นัด

  “หงส์แดง” ชุดนั้นภายใต้การทำทีมของ เคนนี่ ดัลกลิช ออกสตาร์ตได้ยอดเยี่ยมพอๆ กับฤดูกาลนี้ พวกเขาเคยเก็บชัยชนะได้ถึง 8 เกมติดต่อกัน แถมหนึ่งในนั้นเป็นการเปิดรัง แอนฟิลด์ ไล่ต้อน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบสบายๆ 4-0 ด้วย โดยพอถึงช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนแล้วน้น พวกเขาก็เก็บไป 37 คะแนน จากทั้งหมด 39 แต้ม ทิ้งห่าง อาร์เซน่อล มากถึง 8 คะแนน

   ผลงานดังกล่าวทำให้ดูแล้วทีมของ ดัลกลิช มีโอกาสดีที่จะได้แชมป์ลีกเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน และทำให้จำนวนแชมป์ลีกสูงสุดของทีมเพิ่มเป็น 19 สมัย แต่พอถึงช่วงเดือนธันวาคม ลิเวอร์พูล ก็ออกไปแพ้ อาร์เซน่อล 0-3 ส่งผลให้พวกเขาถูกหยุดสถิติการไม่แพ้ใครในลีกประจำซีซั่นดังกล่าวเอาไว้ที่ 14 นัด

   ผลกระทบที่ตามมามันเลวร้ายกว่านั้น เพราะหลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ไม่คงเส้นคงวาเหมือนเคย ซ้ำร้าย ดัลกลิช ยังลาออกจากตำแหน่งไปในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของปี 1991 อีก

โดยในช่วง 25 นัดสุดท้าย ลิเวอร์พูล เก็บได้เพียง 39 คะแนน จากทั้งหมด 75 แต้ม และสุดท้ายยอดทีมแห่งถิ่น แอนฟิลด์ ก็ต้องจบซีซั่นด้วยการเป็นอันดับ 2 โดยที่มีแต้มน้อยกว่า อาร์เซน่อล 7 คะแนน

  ฤดูกาล 2002-03 : นำห่าง 7 แต้ม หลังเตะไปแล้ว 12 นัด (ตอนนั้นแข่งมากกว่า อาร์เซน่อล ที่เป็นอันดับ 2 อยู่ 1 เกม)

  หลังจากซีซั่น 2001-02 ลิเวอร์พูล ทำผลงานได้ดีจนเป็นรองแชมป์ลีก หลายคนก็คาดว่าทีมของกุนซือ เชราร์ อุลลิเย่ร์ จะเดินหน้าต่อไปได้จนมีโอกาสดีที่จะได้แชมป์ลีกในซีซั่น 2002-03 และทำให้การรอคอยแชมป์ลีกที่ยาวนานมาตั้งแต่ฤดูกาล 1989-90 สิ้นสุดลงสักที

 ตอนแรกมันก็ทำท่าว่าจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะ ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครเลยในเกมลีก 12 นัดแรก แถมยังเก็บได้ 30 คะแนน จนทำให้มีแต้มมากกว่าแชมป์เก่า 7 แต้ม

อย่างไรก็ตาม ช่วงฮันนีมูนก็หมดลงเมื่อพวกเขาไม่ชนะใครในลีกถึง 11 นัดติดต่อกัน ไล่ตั้งแต่นัดที่ 13 ที่แพ้ มิดเดิ้ลสโบรช์ 0-1 ไปจนถึงเกมที่ 23 ที่เสมอ แอสตัน วิลล่า 0-1 โดยในระหว่างนั้นพวกเขาแพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-2 คารัง แอนฟิลด์ ด้วย

 สุดท้ายแล้วในฤดูกาลนั้น ลิเวอร์พูล ก็ต้องจบฤดูกาลด้วยการเป็นอันดับ 5 ของตารางคะแนน และแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เป็นแชมป์ถึง 19 แต้ม ขณะที่ อุลลิเย่ร์ ยังได้รับโอกาสแก้ตัวในฤดูกาล 2003-04 ก่อนที่สุดท้ายจะต้องแยกทางกับทีมในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2004

 ฤดูกาล 2018-19 : นำห่าง 7 แต้ม หลังเตะไปแล้ว 20 นัด

  ทีมของ คล็อปป์ เล่นได้สุดยอดจนไม่แพ้ใครเลยในลีกตลอดช่วง 20 นัดแรก และพวกเขาก็นำเป็นจ่าฝูงในสภาพที่มีคะแนนมากกว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 7 คะแนน

ตอนเข้าสู่ปี 2019 แม้ว่าพวกเขาจะแพ้ “เรือใบสีฟ้า” ในนัดแรกของปี 2019 หรือก็คือเกมที่ 21 ประจำฤดูกาล แต่มันก็ยังดูไม่เสียหายมากนัก เพราะมันยังทำให้ ลิเวอร์พูล นำอยู่ 4 แต้ม

 อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ดันไปเสมออีก 4 นัด ประกอบด้วยการเจ๊ากับ เลสเตอร์ 1-1, เวสต์แฮม 1-1, แมนฯ ยูไนเต็ด 0-0 และ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ พลาดท่าแพ้ นิวคาสเซิ่ล 1-2 แค่นัดเดียว ส่วนที่เหลืออีก 16 นัดชนะได้ทั้งหมด

 ท้ายที่สุดแล้ว ลิเวอร์พูล ก็ต้องชวดแชมป์ลีกแบบน่าเจ็บใจ เพราะมีคะแนนน้อยกว่า แมนฯ ซิตี้ 1 แต้ม โดยถึงแม้ฤดูกาล 2018-19 พวกเขาจะได้เป็นจ่าฝูงถึง 141 วัน ซึ่งถือว่าเป็นการครองตำแหน่งจ่าฝูงเป็นเวลานานที่สุดของทีมนับตั้งแต่ฤดูกาล 1990-91 แต่มันก็ไม่มีความหมายเมื่อท้ายที่สุดแล้วพวกเขาเป็นเพียงรองแชมป์

ช่องทางในการติดตามข่าวสาร www.andycave.net