Image result for ลูก้า โมดริช

วันพฤหัสบดีที 29 สิงหาคมนี้ นอกจากสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จะจัดงานสำคัญอย่างการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้วนั้น มันยังมีความสำคัญอีก 1 อย่าง นั่นคือการมอบรางวัลนักเตะชายยอดเยี่ยมประจำปี 2019 ซึ่งเป็นรางวัลใหญ่ลำดับต้นๆ ของวงการลูกหนัง

    เมื่อปีก่อน ลูก้า โมดริช ซิวรางวัลไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่ในปีนี้ 3 นักเตะที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลคือ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กองหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล, ลิโอเนล เมสซี่ ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า และ UFA369 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แข้งซูเปอร์สตาร์ของ ยูเวนตุส

    ทั้งนี้ แฟนคลับของทั้งสามคนต่างก็มองว่าทั้งหมดสมควรได้รางวัลไปครอง อย่าง ฟาน ไดค์ มีแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เมื่อฤดูกาลก่อนติดมือ พร้อมกับมีฟอร์มที่ยอดเยี่ยม, โรนัลโด้ ก็ได้แชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กับทีมชาติโปรตุเกส ส่วน ลิโอเนล เมสซี่ ก็ยิงประตูได้เยอะจนพาทีมเป็นแชมป์ ลา ลีกา ซึ่งวันนี้เราก็จะมาดูสถิติกันเลยว่าใครที่ผลงานโดดเด่นกว่ากัน    – เมสซี่ vs โรนัลโด้

    โดยปกติแล้วคนที่มีชื่อเข้าชิงรางวัลประเภทนี้จะเป็นนักเตะประเภทตัวรุก แต่ปีนี้เป็นหนึ่งในปีที่พิเศษเมื่อแข้งแนวรับอย่าง ฟาน ไดค์ มีชื่อเข้าชิงด้วย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าเปรียบเทียบผลงานเกมรุกของ ฟาน ไดค์ กับอีก 2 คน หรือถ้าเปรียบเทียบผลงานเกมรับของ เมสซี่ และ โรนัลโด้ กับทาง ฟาน ไดค์ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นขั้นแรกเราจึงขอเอาผลงานของ 2 แนวรุกมาดูกันก่อน

    แน่นอนว่าถ้าวัดเฉพาะ “ถ้วยแชมป์” โรนัลโด้ เหนือกว่าอีกฝ่าย เพราะนอกจากจะเป็นแชมป์ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ตามที่กล่าวเอาไว้ในเบื้องต้นแล้วนั้น เขายังมีแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา ติดมือด้วย ตรงข้ามกับ เมสซี่ ที่มีแค่แชมป์ ลา ลีกา แถมผลงานใน โกปา อเมริกา กับทีมชาติอาร์เจนตินาก็น่าผิดหวัง

    อย่างไรก็ตาม ถ้าดูเฉพาะผลงานส่วนตัวแล้วล่ะก็ มันก็ต้องยอมรับว่า เมสซี่ ทำผลงานได้ดีกว่า โดยถ้านับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม ปีก่อน จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น เขาก็ทำประตูทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติรวม 54 ลูก ส่วน โรนัลโด้ ทำได้เพียง 31 ประตู

   นอกจากนี้ ค่าเฉลี่ยการทำประตูของ เมสซี่ ทั้งกับสโมสรและทีมชาติก็ยังดีกว่าด้วย หลังจากเขามีค่าเฉลี่ยที่จะทำได้ 1 ประตูในทุกๆ 86 นาที ส่วนของ โรนัลโด้ อยู่ที่ 1 ประตูต่อ 127 นาที แถมอัตราการเปลี่ยนลูกยิงให้เป็นประตูได้ของ เมสซี่ ก็ยังอยู่ที่ 19 เปอร์เซ็นต์ ส่วนของ โรนัลโด้ อยู่ที่ 12.2 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ผลงานรวมทั้งระดับสโมสรและทีมชาติของ ฟาน ไดค์ ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2018 จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2019 (ข้อมูลจาก อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดัง)
    – จำนวนนัดที่เล่น (59)
    – จำนวนครั้งการดวล (475)
    – จำนวนครั้งที่ชนะการดวล (350)
    – เปอร์เซ็นต์ที่ชนะการดวล (73.7 เปอร์เซ็นต์)
    – จำนวนครั้งการดวลลูกกลางอากาศ (352)
    – จำนวนครั้งที่ชนะการดวลลูกกลางอากาศ (257)
    – เปอร์เซ็นต์ที่ชนะการดวลลูกกลางอากาศ (73 เปอร์เซ็นต์)

    – สรุป
    ถ้าเปรียบเทียบผลงานส่วนตัวกันระหว่าง เมสซี่ กับ โรนัลโด้ ต้องบอกเลยว่า เมสซี่ ดูดีกว่าเยอะ ทำให้ถ้ามีแค่ 2 คนนี้ เมสซี่ ก็อาจจะสมควรได้รับรางวัลมากกว่า แต่เมื่อเอาผลงานของ ฟาน ไดค์

มาพิจารณาด้วยแล้วนั้น มันก็เห็นได้ชัดว่าเขาเล่นได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน และถ้าไม่แบ่งแยกเรื่องกองหลังกับกองหน้าแล้วล่ะก็ ผลงานของ ฟาน ไดค์ ก็ดูจะโดดเด่นกว่าอีก 2 คนด้วยซ้ำ

    ด้วยเหตุนี้ ฟาน ไดค์ จึงดูคู่ควรกับการได้รางวัลนี้มากที่สุด ซึ่งปีก่อนกรณีของ โมดริช ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าแม้จะไม่ได้มีนามสกุล เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ แต่มันก็มีโอกาสที่รางวัลจะตกเป็นของคนๆ นั้นได้ และปีนี้มันก็สมควรเป็นอย่างนั้นเช่นกัน

ช่องทางในการติดตามข่าวสาร andycave.net